
เงินเฟ้อสหราชอาณาจักรคาดว่าจะชะลอลงสู่ 3.5% ในเดือนตุลาคม มีแนวโน้มทำให้แบงก์ออฟอิงแลนด์คงนโยบายเดิม
สหราชอาณาจักรกำลังเตรียมรับรายงานเงินเฟ้อฉบับสำคัญอีกครั้งในวันนี้ โดยตลาดกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าแรงกดดันด้านราคาจะเริ่มผ่อนคลายลงหรือยัง หลังจากยืนระดับสูงมาหลายเดือน ตลอดปีที่ผ่านมาเงินเฟ้อปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุด แต่ก็ยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน ตัวเลขล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปในรอบปีทรงตัวที่ 3.8% ในเดือนกันยายน เหมือนกับเดือนสิงหาคม แม้จะลดลงมากจากระดับสูงสุดกว่า 11% ในปี 2022 แต่ก็ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ของแบงก์ออฟอิงแลนด์อยู่มาก
เนื่องจากเงินเฟ้อแทบไม่ขยับเมื่อเดือนที่แล้ว ประกอบกับราคาพลังงานและอาหารมีสัญญาณเริ่มลดลง นักเศรษฐศาสตร์จึงคาดว่าข้อมูลเดือนตุลาคมที่จะรายงานในวันนี้อาจออกมาต่ำลงเล็กน้อย ราว 3.5% หากตัวเลขออกมาตามคาด จะสะท้อนว่าเงินเฟ้อกำลังมุ่งลงในทิศทางที่ถูกต้อง แม้จะค่อยเป็นค่อยไปก็ตาม
ผลลัพธ์ที่ออกมาวันนี้มีความสำคัญ เพราะจะมีผลต่อการตัดสินใจครั้งต่อไปของแบงก์ออฟอิงแลนด์ หากตัวเลขออกมาตามคาด ก็จะส่งสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอตัว แต่ยังไม่เร็วพอที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน แม้เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3.5% ก็ยังสูงกว่าเป้าหมายอย่างมาก ซึ่งหมายความว่าธนาคารกลางไม่น่าจะพิจารณาลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ผู้กำหนดนโยบายจึงอาจเลือก "รอดูต่อ" เพื่อรอให้เห็นแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนมากขึ้นก่อน
อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขเงินเฟ้อต่ำกว่าคาดมาก อาจทำให้ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น แต่ถ้าสูงกว่าคาด ก็อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น แต่ถ้าตัวเลขออกมาตรงตามที่ตลาดคาด ก็จะอยู่ในโทน “ระมัดระวัง” คือยืนยันว่าเงินเฟ้อไม่เลวร้ายลง แต่ก็ยังย้ำว่างานในการกดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้ายังไม่จบ
ด้านออสเตรเลีย ตัวเลขค่าจ้างล่าสุดในเดือนกันยายน 2025 ให้ภาพที่ดีเกี่ยวกับภาวะตลาดแรงงาน ค่าจ้างโดยรวมปรับขึ้น 0.8% ในไตรมาสนี้ เท่ากับไตรมาสก่อน ขณะที่การเติบโตของค่าจ้างรายปีทรงตัวที่ 3.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 3.5% เมื่อปีก่อน ประมาณ 44% ของตำแหน่งงานมีการปรับค่าจ้าง ซึ่งแทบไม่ต่างจาก 45% เมื่อปีก่อน แม้อัตราการปรับค่าจ้างต่อชั่วโมงเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยจาก 3.7% เหลือ 3.5%
ภาคเอกชนค่าจ้างเพิ่มขึ้น 0.7% ในไตรมาส และ 3.2% รายปี ลดลงจาก 3.5% ก่อนหน้า ส่วนภาครัฐเพิ่มขึ้น 0.9% ในไตรมาส และ 3.8% รายปี สูงขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าค่าจ้างยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ไม่เร่งตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เมื่อค่าจ้างเติบโตในระดับพอดี โอกาสที่ต้นทุนธุรกิจและราคาสินค้าจะถูกดันให้สูงขึ้นก็ลดลง ความนิ่งของทั้งสัดส่วนงานที่ปรับค่าจ้างและขนาดการปรับค่าจ้าง สะท้อนว่าตลาดแรงงานกำลังค่อย ๆ เย็นลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ผู้กำหนดนโยบายจึงมีความมั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อจะสามารถชะลอลงต่อได้ โดยไม่สร้างความเสียหายต่อการจ้างงาน สนับสนุนการปรับนโยบายการเงินแบบระมัดระวังและค่อยเป็นค่อยไป
บทวิเคราะห์ โดย Coach Angel
——
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
