Analysis & News

บทวิเคราะห์ตลาดรายวัน ประจำวันที่ 13 มกราคม 2569

บทวิเคราะห์ตลาดรายวัน ประจำวันที่ 13 มกราคม 2569

Jan 13, 2026
Analysis, News

ตลาดเผชิญแรงกดดันจากภัยคุกคามการค้าและความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของ Fed

ตลาดโลกเปิดวันด้วยความกังวลผสมระหว่างความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และความเชื่อมั่นในโครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐที่เปราะบาง ความรู้สึกตลาดถูกสั่นสะเทือนครั้งแรกจากถ้อยแถลงรุนแรงที่อ้างว่าเป็นของประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับอิหร่านจะถูกเก็บภาษี 25% สำหรับการค้าทั้งหมดกับสหรัฐฯ ข้อความนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นคำตัดสินสุดท้ายทันที สร้างความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้า การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับการค้าทั่วโลก ในขณะเดียวกัน รายงานว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณาข้อเสนอเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่าน แต่ก็ยังเอียงไปทางการดำเนินการทางทหาร ทำให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาอยู่ในจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง

ท่ามกลางสถานการณ์นี้ นักลงทุนยังต้องประเมินความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างรัฐบาลทรัมป์และประธาน Fed เจเน็ต เยลเลน อดีตประธาน Fed และอดีตรัฐมนตรีคลัง ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะว่าการสอบสวนประธานพาวเวลล์เป็นเรื่องที่ทำลายความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และเรียกสถานการณ์นี้ว่า “น่ากลัวอย่างยิ่ง” เธอกล่าวว่าประหลาดใจที่ตลาดไม่ตกใจมากกว่านี้ พร้อมเน้นว่าความน่าเชื่อถือของ Fed คือรากฐานของความมั่นคงทางการเงิน ขณะที่พาวเวลล์ยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรมได้ส่งหมายเรียกต่อคณะลูกขุนเกี่ยวกับคำให้การต่อรัฐสภาเมื่อเดือนมิถุนายนเกี่ยวกับการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ Fed กระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้ยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการให้เท็จ แต่พาวเวลล์เรียกการสอบสวนนี้ว่า “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และตั้งคำถามถึงแรงจูงใจ พร้อมยืนยันว่าเขาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่หวาดกลัวการเมืองหรือเข้าข้างใคร

ตลาดจึงวิตก เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นข้อพิพาทระหว่างประธานาธิบดีกับ Fed เปิดเผยต่อสาธารณะและมีความเสี่ยงสูงขนาดนี้ ความเสี่ยงสำคัญคือแรงกดดันต่อ Fed อาจทำให้ความเชื่อมั่นในความสามารถของ Fed ในการกำหนดดอกเบี้ยอย่างอิสระลดลง แม้คาดการณ์เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง แต่หากความน่าเชื่อถือของ Fed สั่นคลอน ความคืบหน้านี้อาจย้อนกลับได้ การสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนมกราคม ชี้ว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ในปีข้างหน้าอยู่ที่ 4.2% ต่ำสุดตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความคืบหน้าดังกล่าวยังเปราะบาง บางนักกลยุทธ์มองว่า หากความเชื่อมั่นใน Fed ลดลง การคาดการณ์เงินเฟ้ออาจกลับสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์จริง เช่น สินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นพลังงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ผลกระทบอื่น ๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน ระบบการเงินสหรัฐพึ่งพาหนี้สินเป็นหลัก นักลงทุนทั่วโลกเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามพันธกรณี partly เพราะธนาคารกลางมีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระ หากความเชื่อมั่นนี้อ่อนแอ ต้นทุนเงินทุนทั้งของรัฐบาลและบริษัทอาจสูงขึ้น กดดันหุ้นและเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมทั่วเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่า ความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นอิสระของ Fed อาจยังคงเป็นธีมหลักของตลาดตลอดปี 2569

ความไม่แน่นอนยิ่งเพิ่มขึ้นจากการประกาศตัวเลข เงินเฟ้อสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งตลาดมองว่าเป็นจุดสำคัญสำหรับแนวโน้มการเงินปี 2569 หลังจากหลายเดือนที่ข้อมูลสับสนจากการปิดรัฐบาลกลาง นักลงทุนต่างจับตาดูรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดเพื่อดูว่าเงินเฟ้อกำลังเย็นตัวจริงหรือแค่หยุดชั่วคราว การปิดรัฐบาลรบกวนกระบวนการเก็บข้อมูลปกติของสำนักงานสถิติแรงงาน ทำให้ต้องใช้วิธีแก้ไขที่สร้างความผันผวนและผลลัพธ์บางอย่างที่สับสน รายงานบางฉบับยังแสดงการลดลงของ CPI อย่างไม่คาดคิด ส่วนใหญ่เกิดจากราคาสินค้าลดลง เช่น น้ำมัน ขณะที่เงินเฟ้อบริการยังคงสูง

CPI เดือนธันวาคม 2568 ถูกมองว่าเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะตัดความสับสน หากแสดงให้เห็นการลดลงอย่างกว้างขวางในด้านสำคัญ เช่น ที่พักอาศัย บริการด้านการแพทย์ และการขนส่ง จะช่วยยืนยันว่าตัวเลขแปลก ๆ ก่อนหน้านี้เป็นเพียงสถิติผันผวน และเปิดทางให้ Fed พิจารณาลดดอกเบี้ย หากไม่เป็นเช่นนั้น ตลาดอาจเตรียมตัวรับแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงทางการเมืองรอบ Fed ยังทวีความรุนแรงอยู่ ขณะนี้ นักลงทุนกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความน่าเชื่อถือของนโยบาย และความเชื่อถือของข้อมูล ทำให้ความระมัดระวังเป็นบรรยากาศหลักขณะก้าวเข้าสู่ปีใหม่

 

บทวิเคราะห์ โดย Coach Angel

——

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

Share This News

Article Information

Published Date

January 13, 2026

Author

RoboAcademy

Logo