Analysis & News

บทวิเคราะห์ตลาดรายวัน ประจำวันที่ 20 มกราคม 2569

บทวิเคราะห์ตลาดรายวัน ประจำวันที่ 20 มกราคม 2569

Jan 20, 2026
Analysis, News

ตลาดเข้าสู่โหมดป้องกันความเสี่ยง หลังความตึงเครียดสหรัฐ–ยุโรปกรณีกรีนแลนด์กดดันดอลลาร์ และหนุนราคาทองคำ

ตลาดการเงินโลกเปิดสัปดาห์ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น หลังสหรัฐอเมริกาเพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเป็นเชิงป้องกันความเสี่ยง สหรัฐขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% กับกลุ่มประเทศยุโรปหลายประเทศตั้งแต่เดือนหน้า และจะปรับขึ้นเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน โดยอ้างอำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ขณะนี้รัฐบาลยุโรปหลายประเทศเริ่มหารือเรื่องการตอบโต้กันอย่างเปิดเผย และมีกำหนดจัดการประชุมฉุกเฉินของผู้นำในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเข้าไปอีก เมื่อศาลสูงสหรัฐเตรียมมีคำวินิจฉัยในเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจดังกล่าว รวมถึงการรับพิจารณาอุทธรณ์ในวันพุธเกี่ยวกับความพยายามของประธานาธิบดีในการปลดผู้ว่าการคุก ออกจากคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แม้ว่าวันก่อนหน้าเป็นวันหยุดราชการในสหรัฐและตลาดปิดทำการ แต่ปฏิกิริยาของตลาดโลกก็เริ่มเห็นได้ชัดแล้วในภูมิภาคอื่น

เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สะท้อนความกังวลของนักลงทุนมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจเฉพาะด้าน ตลาดหุ้นนอกสหรัฐส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ขณะที่ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ราคาทองคำและโลหะมีค่าอื่น ๆ ได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดที่กลับมาระหว่างสหรัฐและยุโรป เนื่องจากนักลงทุนมองหาการป้องกันความผันผวนที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย ในตลาดค่าเงิน สถานการณ์นี้ทำให้ยากต่อการระบุผู้ได้ประโยชน์อย่างชัดเจน โดยภาพรวมถือเป็นลบต่อสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง และหากมองนอกเหนือจากความขัดแย้งโดยตรง ก็แทบไม่เห็นฝ่ายใดได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมนี้ นอกจากรัสเซียและจีนซึ่งอยู่นอกข้อพิพาทข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

ถ้อยแถลงทางการเมืองยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ มีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อมโยงท่าทีแข็งกร้าวของเขาในประเด็นกรีนแลนด์กับการที่ไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว โดยกล่าวกับนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ว่า เขาไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องคิดถึงสันติเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป คำพูดดังกล่าวสร้างความกังวลเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้นำยุโรป โดยเฉพาะเมื่อคำขู่เรื่องภาษีครอบคลุมเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ นอกเหนือจากภาษีส่งออกที่มีอยู่แล้วที่ 10% สำหรับสหราชอาณาจักร และ 15% สำหรับสหภาพยุโรป แม้นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สตาร์เมอร์ จะเรียกร้องให้มีการหารืออย่างสงบ และกล่าวว่าไม่เชื่อว่าจะเกิดการใช้กำลังทางทหาร แต่การประท้วงในกรีนแลนด์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ตอกย้ำว่าประเด็นนี้มีความอ่อนไหวเพียงใด นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ย้ำว่าเกาะแห่งนี้จะไม่ยอมถูกกดดัน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นชี้ว่าการตอบสนองที่แข็งขันจากพันธมิตรสะท้อนว่า ข้อพิพาทนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กรีนแลนด์เท่านั้น

ในเอเชีย ความสนใจยังคงอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งตลาดพันธบัตรส่งสัญญาณเตือนอย่างต่อเนื่อง การเทขายพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลังยืนยันการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในเดือนหน้า และดันอัตราผลตอบแทนขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้นมาแตะ 2.24% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999 พันธบัตรระยะยาวปรับขึ้นแรงยิ่งกว่า โดยอายุ 30 ปีแตะ 3.55% และอายุ 40 ปีขยับเหนือ 3.87% ก่อนขึ้นไปแตะ 4% เป็นครั้งแรก การเคลื่อนไหวเหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับตลาดที่เคยผูกพันกับดอกเบี้ยใกล้ศูนย์มาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม แม้การเทขายจะรุนแรง ก็ยังไม่เห็นสัญญาณการลุกลามไปยังตลาดพันธบัตรโลก และสวนทางกับกระแสคาดการณ์ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้า ก็ยังไม่มีหลักฐานของการแทรกแซงค่าเงินเยนจากทางการญี่ปุ่น

สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์และทองคำ ข้อสรุปค่อนข้างชัดเจน ความเสี่ยงทางการเมืองกลับมาเป็นศูนย์กลางของการกำหนดราคาในตลาด และกำลังกดดันเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็หนุนโลหะมีค่า เมื่อสหรัฐและยุโรปกำลังเผชิญหน้ากันในประเด็นการค้าและอธิปไตย และญี่ปุ่นต้องรับมือกับความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ในตลาดพันธบัตร ความผันผวนมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ขณะที่ตลาดค่าเงินจะยังคงอ่อนไหวต่อพาดหัวข่าวมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน จนกว่าความตึงเครียดจะคลี่คลายลง

 

บทวิเคราะห์ โดย Coach Angel

——

คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

Share This News

Article Information

Published Date

January 20, 2026

Author

RoboAcademy

Logo