
ดัชนีบรรยากาศธุรกิจ Ifo สะท้อนความเชื่อมั่นแบบระมัดระวัง ขณะที่นักลงทุนรอตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
ด้วยปฏิทินเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเงียบในวันนี้ ความสนใจจึงมุ่งไปที่รายงาน Ifo Business Climate ล่าสุดของเยอรมนี เมื่อไม่มีตัวเลขสำคัญอื่นมาเบียดความสนใจ การสำรวจฉบับนี้จึงยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนมุมมองภาคธุรกิจของเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปได้ชัดเจนที่สุด นักลงทุนจึงใช้ข้อมูลนี้เป็นเข็มทิศหลักของทิศทางตลาด ระหว่างรอตัวเลขใหญ่ปลายสัปดาห์
ดัชนี Ifo เคลื่อนไหวในกรอบแคบและทรงตัวตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของ ycharts.com ดัชนีอยู่ในระดับ แปดสิบกลาง เมื่อปีที่แล้ว และค่อย ๆ ขยับขึ้นมาใน แปดสิบปลาย ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ปรับตัวรับกับการส่งออกที่อ่อนแรง อุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัว และต้นทุนที่สูงขึ้น รายงานเดือนตุลาคมอยู่ที่ 88.4 หลังจากลดลงในเดือนกันยายน และสถาบัน Ifo ระบุผ่าน ifo.de ว่าบริษัทต่าง ๆ มีมุมมองเชิงบวกขึ้นเล็กน้อยต่อช่วงเดือนข้างหน้า แม้จะยังรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบันยังคงท้าทาย แนวโน้มที่ค่อยเป็นค่อยไปเช่นนี้บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวอาจไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่สะดุดลง
ภายใต้บริบทดังกล่าว คาดว่าตัวเลข Ifo วันนี้จะออกมาใกล้ค่าเฉลี่ยล่าสุด หากความเชื่อมั่นทรงตัว ดัชนีอาจอยู่ในช่วง แปดสิบปลาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทต่าง ๆ เชื่อว่าสถานการณ์อาจค่อย ๆ ดีขึ้น แต่หากตัวเลขอ่อนลง จะหมายถึงความเชื่อมั่นที่ถดถอยอีกครั้ง และสะท้อนว่าภาคธุรกิจยังมองไม่เห็นความคืบหน้าที่ชัดเจน
แม้วันนี้ Ifo จะเป็นจุดสนใจหลัก แต่ตลาดกำลังเตรียมรับสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์สำคัญมากกว่า ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธันวาคมปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจาก ประธานเฟดนิวยอร์ก วิลเลียมส์ ระบุว่าเห็น “พื้นที่” สำหรับการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ความคาดหวังที่เคยลดลงไปต่ำกว่า 30% เมื่อสัปดาห์ก่อน กระโดดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหลังถ้อยแถลง อย่างไรก็ดี นักลงทุนจำนวนมากยังเชื่อว่าปัจจัยชี้ขาดจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจด้านแรงงานของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ทั้งยอดขายปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ราคาบ้าน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board ซึ่งล้วนมีบทบาทต่อการกำหนดแนวโน้ม ส่วนตัวเลขรองอย่างประมาณการการจ้างงานรายสัปดาห์ของ ADP และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน น่าจะไม่สร้างความผันผวนมากนัก โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันพฤหัสบดีเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
ในยุโรป ตลาดจะจับตา งบประมาณสหราชอาณาจักร วันที่ 26 พฤศจิกายน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รีฟส์ ต้องสร้างสมดุลระหว่างการรัดเข็มขัดทางการคลังโดยไม่ทำให้ฐานเสียงไม่พอใจ หรือเปิดช่องให้พรรค Reform UK ได้แรงหนุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ในเอเชีย ญี่ปุ่นจะประกาศเงินเฟ้อผู้บริโภคของโตเกียว ซึ่งอาจชะลอลง พร้อมกับตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนตุลาคมครั้งแรกที่คาดว่าหดตัวอีกครั้ง ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนยังคงสูง และผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนอาจยังไม่จบลงง่าย ๆ
การประชุมธนาคารกลางสำคัญเพียงครั้งเดียวในสัปดาห์นี้มาจาก ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ซึ่งได้ปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ รวมถึงการลดครั้งใหญ่ 0.50% เมื่อเดือนที่แล้ว และอีกสามครั้งก่อนหน้านั้น การลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งละ 0.25% ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.5% และมีแนวโน้มว่าการลดลงอีก 0.25% จะเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด ขณะที่ธนาคารเข้าใกล้ระดับดอกเบี้ยสุดท้ายในกรอบราว 2%
บทวิเคราะห์ โดย Coach Angel
——
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
