Blogs

มือใหม่ห้ามพลาด! คำศัพท์การลงทุนที่ต้องรู้ก่อนเข้าตลาด

มือใหม่ห้ามพลาด! คำศัพท์การลงทุนที่ต้องรู้ก่อนเข้าตลาด

Oct 14, 2026
RoboAcademy

สำหรับคนที่กำลังมองหาคอร์ส สอนเทรดหุ้น มือใหม่ การเข้าใจคำศัพท์การลงทุนเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนเข้าตลาด เพราะช่วยให้อ่านข้อมูลและบทวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น คำที่ควรรู้มีตั้งแต่ Stock, Portfolio, Bull Market, Bear Market, Leverage, Option ไปจนถึงคำศัพท์ด้านกราฟอย่าง Support, Resistance และ Volume 

รวมคำศัพท์การลงทุนสำคัญที่มือใหม่ควรรู้ ก่อนเริ่มวิเคราะห์และเทรดด้วยตัวเอง

เปิดกราฟครั้งแรกแล้วเจอทั้ง Bull Market, Volume, Leverage หรือ Option เต็มไปหมด เป็นเรื่องปกติที่มือใหม่จะรู้สึกว่าการลงทุนมีศัพท์เฉพาะเยอะมาก แต่เราไม่จำเป็นต้องจำทั้งหมดในครั้งเดียว สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในตลาดอย่างไร

โดยเฉพาะคนที่เริ่มค้นหาคอร์ส สอนเทรดหุ้น มือใหม่ การปูพื้นฐานเรื่องคำศัพท์ไว้ก่อน จะช่วยให้เรียนเรื่องการวิเคราะห์หุ้น การอ่านกราฟ และการบริหารความเสี่ยงในขั้นต่อไปได้ง่ายขึ้น

14 คำศัพท์การลงทุน มือใหม่ควรรู้จัก

1. Stock หรือ หุ้น

หุ้นคือหลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท เมื่อเราซื้อหุ้นจึงเท่ากับเข้าไปถือสิทธิความเป็นเจ้าของในบริษัทตามสัดส่วนที่ถืออยู่

2. Portfolio หรือ พอร์ตการลงทุน

Portfolio คือภาพรวมสินทรัพย์ที่เราถือ เช่น หุ้นต่างประเทศ กองทุน หรือตราสารประเภทต่าง ๆ การจัดพอร์ตมีเป้าหมายเพื่อให้สัดส่วนสินทรัพย์สอดคล้องกับเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

3. Dividend หรือ เงินปันผล

เงินปันผลคือเงินที่บริษัทอาจจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นตามผลการดำเนินงานและนโยบายของบริษัท อย่างไรก็ตาม การถือหุ้นไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินปันผลเสมอไป

4. Bull Market

ภาวะตลาดที่ราคาสินทรัพย์โดยภาพรวมมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และมักสะท้อนมุมมองเชิงบวกของผู้ลงทุนต่อตลาดในช่วงนั้น

5. Bear Market

ภาวะที่ราคาสินทรัพย์โดยภาพรวมมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ผู้ลงทุนมักเพิ่มความระมัดระวังในการตัดสินใจ

6. Bid / Ask

Bid คือราคาที่ผู้ซื้อต้องการซื้อ ส่วน Ask คือราคาที่ผู้ขายต้องการขาย การเข้าใจสองคำนี้จะช่วยให้อ่านข้อมูลราคาและหน้ากระดานซื้อขายได้ง่ายขึ้น

7. Volume

Volume คือปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง นักเทรดมักใช้ Volume ประกอบการอ่านกราฟ เพื่อพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงนั้นมีปริมาณการซื้อขายสนับสนุนมากน้อยเพียงใด

8. Support หรือ แนวรับ

แนวรับคือบริเวณราคาที่ในอดีตเคยมีแรงซื้อเข้ามามากขึ้น จนอาจทำให้การปรับตัวลงชะลอลง แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะหยุดอยู่บริเวณดังกล่าวทุกครั้ง เพราะแนวรับสามารถถูกทะลุได้

9. Resistance หรือ แนวต้าน

แนวต้านคือบริเวณราคาที่เคยมีแรงขายเพิ่มขึ้นและทำให้ราคาผ่านขึ้นไปได้ยากในบางช่วง อย่างไรก็ตาม แนวต้านสามารถถูกทะลุได้เช่นเดียวกับแนวรับ

10. Trend หรือ แนวโน้ม

Trend คือทิศทางหลักของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง โดยมักแบ่งเป็น Uptrend แนวโน้มขึ้น, Downtrend แนวโน้มลง และ Sideway ซึ่งราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและยังไม่มีทิศทางชัดเจน

11. Leverage

Leverage คือการใช้เงินทุนจำนวนหนึ่งเพื่อเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนที่วางไว้ เช่น Leverage 1:10 หมายความว่าเงินทุน 10,000 บาทสามารถควบคุมสถานะมูลค่า 100,000 บาทได้

สิ่งที่มือใหม่ต้องเข้าใจคือ Leverage จะขยายผลของการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเทียบกับเงินทุนที่วางไว้ด้วย จึงต้องศึกษาเรื่อง Margin, Position Size และการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กัน ไม่ควรมอง Leverage เป็นเพียงวิธีเพิ่มขนาดการเทรด

12. Option หรือ ออปชัน

Option คือตราสารอนุพันธ์ที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงตามราคาและช่วงเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น

  • Call Option ให้สิทธิในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิง

  • Put Option ให้สิทธิในการขายสินทรัพย์อ้างอิง

ผู้ซื้อ Option จะจ่าย Premium เพื่อได้รับสิทธิดังกล่าว และควรเข้าใจคำที่เกี่ยวข้อง เช่น Strike Price และ Expiration Date เนื่องจากราคาของ Option ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิศทางของสินทรัพย์อ้างอิงเพียงอย่างเดียว

13. Fundamental Analysis

Fundamental Analysis หรือการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน คือการศึกษาข้อมูลของกิจการ เช่น รูปแบบธุรกิจ รายได้ กระแสเงินสด งบการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อทำความเข้าใจพื้นฐานของบริษัท

14. Technical Analysis

Technical Analysis หรือการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการศึกษาข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายผ่านกราฟ โดยอาจพิจารณา Trend, Support, Resistance, Volume และ Indicator ต่าง ๆ เพื่อศึกษาพฤติกรรมของตลาดและนำไปประกอบการวางแผนเทรด

จากจำศัพท์ สู่การเข้าใจตลาดอย่างเป็นระบบ

การเริ่มเรียนเทรดไม่จำเป็นต้องรีบใช้ Indicator จำนวนมากหรือศึกษากลยุทธ์ที่ซับซ้อนตั้งแต่วันแรก พื้นฐานที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจว่าตลาดทำงานอย่างไร สินทรัพย์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็น และรู้ว่าความเสี่ยงของสิ่งที่กำลังศึกษาอยู่มาจากตรงไหน

เมื่อพื้นฐานเหล่านี้แข็งแรงขึ้น คำอย่าง Trend, Volume, Fundamental Analysis หรือ Technical Analysis จะไม่ใช่เพียงคำศัพท์ที่ต้องท่องจำ แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ตลาด

อยากเรียนเทรดหุ้น มือใหม่ควรเลือกเรียนแบบไหน?

สำหรับมือใหม่ ควรมองหาหลักสูตรที่เรียงเนื้อหาจากพื้นฐานไปสู่การนำไปใช้ ไม่ควรเริ่มจากเทคนิคที่ซับซ้อนทันที โดยหัวข้อที่ควรศึกษา ได้แก่ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตลาดและสินทรัพย์ การอ่านข้อมูลหุ้น การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การจัดสรรสินทรัพย์ และการบริหารความเสี่ยง

การเรียนเป็นลำดับจะช่วยให้เข้าใจว่าเครื่องมือหรือแนวคิดแต่ละอย่างถูกนำมาใช้เพื่ออะไร และลดการเรียนแบบจำเป็นจุด ๆ โดยไม่เห็นภาพรวมของตลาด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำศัพท์และการเรียนเทรดหุ้น

Q1. มือใหม่ควรจำคำศัพท์การลงทุนทั้งหมดก่อนเริ่มเรียนหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น ควรเริ่มจากคำที่พบได้บ่อย เช่น Stock, Portfolio, Trend, Volume, Support และ Resistance จากนั้นค่อยเพิ่มคำศัพท์ตามเนื้อหาที่กำลังศึกษา จะช่วยให้เข้าใจและจดจำจากบริบทได้ง่ายกว่า

Q2. Leverage คืออะไร และมือใหม่ควรรู้อะไรเป็นพิเศษ?

A: Leverage คือการใช้เงินทุนเพื่อควบคุมสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินทุนที่วางไว้ ทำให้ผลจากการเปลี่ยนแปลงของราคามีขนาดมากขึ้นเมื่อเทียบกับเงินทุนที่ใช้ มือใหม่จึงควรศึกษา Margin, Position Size และการบริหารความเสี่ยงควบคู่กัน

Q3. Option ต่างจากหุ้นอย่างไร?

A: หุ้นแสดงความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท ส่วน Option เป็นตราสารอนุพันธ์ที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โครงสร้างและปัจจัยที่มีผลต่อราคาจึงแตกต่างจากการซื้อหุ้นโดยตรง

Q4. ไม่มีพื้นฐาน สามารถเริ่มเรียนกับ RoboAcademy ได้หรือไม่?

A: ผู้เริ่มต้นสามารถเลือกศึกษาหลักสูตรของ RoboAcademy ที่เน้นการปูพื้นฐานก่อน แล้วจึงค่อยต่อยอดไปสู่การวิเคราะห์ตลาดและหัวข้อที่มีรายละเอียดมากขึ้นตามระดับความเข้าใจของตนเอง

Q5. เรียนเทรดหุ้นกับ RoboAcademy แล้วควรเริ่มจาก Fundamental หรือ Technical Analysis?

A: มือใหม่ควรรู้พื้นฐานของทั้งสองแนวทาง เพราะ Fundamental Analysis ช่วยให้เข้าใจธุรกิจและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ขณะที่ Technical Analysis ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมราคาและข้อมูลบนกราฟ การเรียนทั้งสองด้านจะช่วยให้มองตลาดได้รอบด้านมากขึ้น

ปูพื้นฐานการลงทุนและการเทรดกับ RoboAcademy

หากกำลังมองหาหลักสูตร สอนเทรดหุ้น มือใหม่ และยังไม่รู้ว่าควรเริ่มเรียนจากเรื่องไหน RoboAcademy มีหลักสูตรด้านการลงทุนและการเทรดที่สามารถเลือกเรียนตามระดับความรู้และหัวข้อที่สนใจ ตั้งแต่พื้นฐานตลาด การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ไปจนถึงการวิเคราะห์ทางเทคนิค

แนวทางการเรียนที่ดีไม่ใช่การรีบหาวิธีเทรดที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการค่อย ๆ ทำความเข้าใจหลักการ ฝึกวิเคราะห์ข้อมูล และพัฒนากระบวนการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สามารถนำไปต่อยอดกับการศึกษาตลาดในระยะยาวได้

 

Share This Blog

Article Information

Published Date

Oct 19, 2026, 10:04:42 PM

Author

RoboAcademy

Logo
มือใหม่ห้ามพลาด! คำศัพท์การลงทุนที่ต้องรู้ก่อนเข้าตลาด