ในตลาดหุ้นที่มีความผันผวนและราคาที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีอารมณ์หนึ่งที่นักลงทุนแทบทุกคนต้องเคยเจอ นั่นคือ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ "ความกลัวที่จะตกรถ" อารมณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเห็นราคาหุ้นที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเราพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความรู้สึกว่ากำลังจะพลาดโอกาสและรีบเข้าไปซื้อหุ้นนั้น ๆ โดยไม่ได้พิจารณาปัจจัยพื้นฐานอย่างรอบด้าน บทความนี้โค้ชนุ๊กกี้จะชี้ให้เห็นถึงอันตรายของการลงทุนด้วยอารมณ์ และเหตุผลว่าทำไมการมีสติถึงสำคัญกว่าการมีโชคในตลาดหุ้น
การวิ่งตามไฟที่กำลังลุกคือกับดักของนักลงทุนมือใหม่
เมื่อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ มักจะมีข่าวดีมากมายเข้ามาสนับสนุนและมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่หันมาสนใจ แต่การซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาพุ่งสูงไปแล้วโดยไม่ได้ศึกษาพื้นฐานธุรกิจอย่างถี่ถ้วนนั้น เปรียบเสมือนการวิ่งตามไฟที่กำลังลุก เมื่อไฟดับลงหรือตลาดเกิดการปรับฐานอย่างกะทันหัน นักลงทุนที่ซื้อในช่วงเวลาเหล่านั้นก็มักจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
สาเหตุหลักที่ทำให้การลงทุนแบบ FOMO เป็นเรื่องที่อันตราย
-
การซื้อด้วยอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล : การซื้อหุ้นเพราะกลัวตกรถเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน แต่เกิดจากความโลภที่อยากได้กำไรอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกับดักที่นักลงทุนมือใหม่มักจะตกหลุมพราง
-
ไม่มีแผนรองรับความเสี่ยง : เมื่อคุณซื้อหุ้นเพราะอารมณ์ คุณจะไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน และเมื่อราคาหุ้นลดลง คุณก็จะไม่มีหลักยึดในการตัดสินใจว่าจะขายหรือไม่ขาย ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในที่สุด
-
มีโอกาสติดดอยสูง : หุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมักจะมีการปรับฐานอย่างรุนแรงตามมา และนักลงทุนที่ซื้อในช่วงราคาที่สูงเกินไปก็จะมีโอกาสติดดอยหรือขาดทุนในระยะสั้น
หลักการสำคัญที่ต้องยึดมั่น อย่าให้ความกลัวชนะสติ
การเอาชนะอารมณ์ FOMO ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถทำได้ด้วยการสร้างวินัยและยึดมั่นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง ได้แก่ :
-
ถ้าหุ้นดีจริง จะมีจังหวะใหม่ให้คุณเข้าเสมอ : หุ้นที่แข็งแกร่งและมีอนาคตจะไม่ได้ขึ้นอย่างหวือหวาเพียงครั้งเดียวแล้วหายไป แต่จะมีการเติบโตในระยะยาว ซึ่งจะเกิดจังหวะในการเข้าซื้อใหม่ ๆ เสมอเมื่อราคาหุ้นมีการพักฐาน ดังนั้น การใช้ความอดทนและรอคอยจังหวะที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญกว่าการรีบเข้าไปซื้อในราคาที่สูงเกินไป
-
กลับไปที่พื้นฐานของธุรกิจ : ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้น ให้กลับมาที่หลักการพื้นฐานของการลงทุนอยู่เสมอ นั่นคือการตั้งคำถามว่า "คุณเข้าใจธุรกิจของบริษัทนี้ดีพอแล้วหรือยัง?" และ "คุณเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาวหรือไม่?"
-
มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน : การมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณตัดสินใจด้วยอารมณ์ เพราะคุณจะมีกรอบในการตัดสินใจที่มั่นคง เช่น การกำหนดจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างเป็นระบบ
สรุป : การลงทุนที่สำเร็จ เริ่มต้นที่การควบคุมอารมณ์
การลงทุนในตลาดหุ้นไม่ได้เป็นการแข่งขันว่าใครจะทำกำไรได้เร็วกว่ากัน แต่คือการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งนี้ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว แต่คือ "สติ" และ "วินัย" ของตัวคุณเอง ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณรู้สึกว่ากำลังจะกลัวตกรถ ให้ลองหยุดคิดและถามตัวเองว่า "คุณกำลังจะลงทุนเพราะความโลภหรือเพราะเหตุผล?" เพราะการเอาชนะอารมณ์ของตัวเองได้คือชัยชนะที่แท้จริงของการเป็นนักลงทุน
บทความโดย โค้ชนุ๊กกี้ RoboAcademy
——
Disclaimer : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
